ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าแบบชำระเงินร่วมมากกว่า 100 เรื่อง
เผยแพร่ : 6 พ.ย. 2568 เวลา 18:11 น

ป้ายคนละเครื่องพลัสตั้งไว้ที่ตลาดปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (ภาพ: สมชาย ภูมิหลาด)
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการชำระเงินร่วมคนละเครื่องพลัส ได้รับคำเตือนให้แสดงราคาอย่างชัดเจน ในขณะที่ร้านค้าที่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบราคาสุดท้าย ตามที่กรมการค้าภายใน (DIT) ระบุ
อธิบดี วิทยากร มณีเนตร กล่าวว่า กรมฯ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้พวกเขาสามารถเยี่ยมชมและให้คำแนะนำแก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกระตุ้นการบริโภคได้
ประเด็นสำคัญคือผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องแสดงราคาขายสุดท้ายที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้อย่างชัดเจน หากมี
ร้านอาหารต้องแสดงราคาอาหารให้ชัดเจน และต้องระบุค่าบริการเพิ่มเติมให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการ
นอกจากนี้ร้านค้าที่ร่วมรายการจะต้องขายสินค้าให้กับผู้เข้าร่วมงานคนละเครื่องและลูกค้าที่ชำระเงินด้วยเงินสดในราคาเดียวกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคทุกคน
ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. ถึง 4 พ.ย. ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวน 112 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการตั้งราคาเกินจริง การไม่แสดงราคา การเรียกเก็บเงินจากลูกค้าคนละเครื่องพลัสในจำนวนพิเศษ ความแตกต่างระหว่างราคาที่แสดงและราคาจริง และกรณีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่สูงกว่าที่โฆษณา
นายวิทยากร กล่าวว่า การกระทำเหล่านี้เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ และกรมฯ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวด หากไม่แสดงราคาจะมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท ส่วนการเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการตั้งราคาสูงเกินไปหรือขึ้นราคาเกินสมควรอาจส่งผลให้มีโทษจำคุกสูงสุดเจ็ดปี และ/หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท
ภายหลังการร้องเรียน เจ้าหน้าที่กรมได้ตอบโต้คดีต่างๆ ในกรุงเทพฯ บุรีรัมย์ และขอนแก่น และปรับผู้กระทำผิด
“กรมฯ ยังคงติดตาม ตรวจสอบ และให้ความรู้แก่ร้านค้าทั่วประเทศเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตาม ป้องกันความเข้าใจผิดในกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค” นายวิทยากร กล่าว
หากประชาชนพบว่าร้านค้าฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ความโปร่งใสด้านราคา สามารถแจ้งหรือร้องเรียนได้ทางสายด่วนกรมสรรพากร 1569 หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ





