
“สุชาติ ชมกลิ่น” ให้ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจปมแบ่งโซนเลือกตั้ง จ.ชลบุรี หลังลือ “สนธยา คุณปลิ้ม” จ่อย้ายซบ ออกตัวชำนาญพื้นที่ 5 เขต วาง สส. เก่าไว้แล้ว
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย และจะมีการแบ่งพื้นที่ส่งผู้สมัคร สส.ชลบุรี คนละครึ่งจังหวัดหรือไม่ว่า เรื่องของนักการเมืองทุกค่าย ทุกกลุ่มของประเทศไทย เมื่อมีสัญญาณนับถอยหลังเลือกตั้ง เขาต้องพยายามหาสังกัดและต้องหาพรรคการเมืองที่มั่นคงที่จะนำพาประเทศให้เจริญได้ เขาก็ไปตรงนั้น ส่วนที่ จ.ชลบุรี ตนเป็นผู้แทนไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องไปดูแลจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ เพราะเราไม่ได้มีประชาชนที่รู้จักทั้งจังหวัดหรือทุกจังหวัด เราอาจจะชำนาญในบางพื้นที่ อำเภอ ตำบล ซึ่งตนยินดีถ้าใครมีความรู้ความสามารถที่พร้อมมาทำงานในพรรคการเมืองพรรคเดียวกัน แต่วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ทุกคนพูดคุยกันได้หมด สำหรับตนยินดี หากใครมีความรู้มีศักยภาพทางการเมืองที่พร้อมจะมาทำงานด้วยกัน ถึงจะเป็นจังหวัดเดียวกันก็ยินดี เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน
ส่วนเรื่องการพูดคุยกับกลุ่มของนายสนธยานั้น นายสุชาติ บอกว่า ตนเองเป็นผู้น้อยกว่า เรื่องนี้ขอให้ทางผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย หรือหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เป็นหลักในการพิจารณามากกว่า เพราะตนเองไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในพรรค แค่เป็นสมาชิกเฉยๆ และตนไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลหรือผู้บริหารในโซนไหน จึงไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรขนาดนั้น
ส่วนคำถามที่ว่าถ้าพรรคภูมิใจไทย ให้นายสนธยาเป็นผู้คุมเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี กลุ่มนายสุชาติจะรับได้หรือไม่ นายสุชาติ ระบุว่า การเมืองเขาคงรู้อยู่แล้วว่าใครถนัดตรงไหน และใครควรจะเหมาะสมดูเขตไหน คุมหรือไม่คุมมันเป็นเรื่องอุปโลกน์กันมากกว่า จริงๆ แล้วมันมองที่ผลลัพธ์และเสียงตอบรับของประชาชนว่าใครที่มีพื้นที่ฐานเสียงตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นมากกว่า ถ้าเราทำงานโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชน ประเทศชาติบ้านเมือง มันก็เป็นทางเดียวกันหมด อย่างตนเองอยู่ อ.เมืองชลบุรี จะให้ไปดู อ.บางละมุง อ.สัตหีบ ตนเองก็ไปไม่ได้ เพราะไม่รู้จักประชาชนแถวนั้นมาก ไม่ได้เกิดที่นั่น
นายสุชาติยังกล่าวถึงเรื่องการประเมินฐานเสียงใน จ.ชลบุรี ว่า จริงๆ ที่วางตัวไว้แล้วมีอยู่ เช่น เขต อ.เมืองชลบุรี อ.พานทอง อ.พนัสนิคม อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ ประมาณ 5 เขต ซึ่งเป็นผู้สมัครเก่า โดย จ.ชลบุรี มี 10 เขต และมีขนาดใหญ่ ต้องยอมรับว่า ตนเองเกิดที่ อ.เมืองชลบุรี ไม่ได้ข้ามไป อ.ศรีราชา อ.บางละมุง พัทยา แถวนั้นเลย ตนเองถนัดในโซน อ.เมืองชลบุรี มากกว่า
ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะนัดให้ทั้งกลุ่มของนายสุชาติและกลุ่มของนายสนธยามาคุยกันหรือไม่นั้น นายสุชาติ บอกว่า ในเบื้องต้นตนเองเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ได้แสดงเจตจำนงไว้แล้วว่าพื้นที่ไหนที่ตนมีความมั่นใจจะนำพาเพื่อนมารับใช้ประชาชนในเขตนั้นๆ ได้ ซึ่งเสนอตัวเพื่อนๆ ไปแล้ว ส่วนตรงอื่นต้องยอมรับสภาพว่าเราไม่ได้มีความช่ำชองถึงขนาดนั้น ไม่รู้จักผู้นำท้องถิ่นในตรงนั้น จะไปเสนอควบคุมทั้งหมดตั้งแต่แรกคงทำไม่ได้ เราต้องเป็นคนที่ยอมรับความเป็นจริงว่าถนัดตรงไหน ส่วนอื่นถ้าไม่ถนัดจะให้เราไปทำได้อย่างไร เอาคนไปลงแล้วประชาชนจะพึ่งพาได้หรือไม่ และเขาทำตัวไม่ดีเราจะเสียหายด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าในพื้นที่ชลบุรีมีการจองไว้แล้ว 5 เขตใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่เชิงจอง แต่มันเป็นเขตที่เรามีความช่ำชองและชำนาญ ซึ่งเราก็รู้จักผู้นำและชาวบ้านในพื้นที่มากกว่า และคนที่เราวางไว้ ก็เป็น สส. เก่าทั้งหมด ถ้าเราจะไม่ให้เขาลง แล้วจะให้เขาไปอยู่ตรงไหน






