เผยแพร่ : 16 พ.ย. 2568 เวลา 20:25 น

นักช้อปสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อซื้อสินค้าโดยใช้ระบบการชำระเงินร่วมของรัฐบาลในช่วงปลายเดือนตุลาคม สมชาย พุมหลาด
คณะรัฐมนตรีจะหารือเกี่ยวกับโครงการคนละเครื่องพลัส ระยะที่ 2 อย่างเป็นทางการในวันอังคารนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในต้นปีหน้า เอกนิติ นิติฐานประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว
กระทรวงกำลังสรุปรายละเอียดนโยบายตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีให้สนับสนุนประชาชนต่อไป ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้ท่วม เขากล่าว
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ อธิบดีสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและโฆษกกระทรวง รายงานว่า ณ วันศุกร์ 18 วันหลังเปิดตัวเฟส 1 มีประชาชนใช้โครงการแล้วกว่า 19 ล้านคน สร้างรายได้ 40.07 พันล้านบาทให้กับผู้ขายที่เข้าร่วมโครงการ
โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 39.22 พันล้านบาทมาจากร้านค้า และ 854 ล้านบาทมาจากแพลตฟอร์มส่งอาหาร
ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ผ่านทาง G-Wallet บนแอป Pao Tang การใช้จ่ายรายวันไม่จำเป็นต้องถึงวงเงิน 200 บาท
นอกจากนี้ ณ วันศุกร์ มีผู้ขายลงทะเบียนแล้ว 933,300 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้จำหน่าย 795,699 รายถึงจำนวนธุรกรรมสูงสุดภายใต้โครงการนี้แล้ว
นายวินิจ กล่าวว่า การใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ สินค้าและบริการ เช่น บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และการขนส่งสาธารณะ สินค้าที่ยกเว้น ได้แก่ ตั๋วลอตเตอรี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรของขวัญ บัตรเงินสด และสินค้าหรือบริการแบบชำระเงินล่วงหน้า
ธุรกรรมทั้งหมดจะต้องเผชิญหน้ากันด้วยการชำระเงินด้วยรหัส QR โดยไม่ต้องชำระเงินออนไลน์หรือผ่านสื่อกลาง ยกเว้นแพลตฟอร์มส่งอาหารที่ลงทะเบียนแล้ว
ผู้จำหน่ายนวดและสปาควรตรวจสอบชื่อและที่ตั้งธุรกิจในแอปทุ่งเงินให้ตรงกับรายละเอียดในใบอนุญาตสถานประกอบการด้านบริการสุขภาพ เพื่อการตรวจสอบและอนุมัติที่รวดเร็ว
คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ขายสามารถอัปเดตข้อมูลมีอยู่ที่เว็บไซต์ทุ่งเงิน (ธนาคารกรุงไทย) ผ่านทางรหัส QR





